แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการทำประกันกับวิริยะสัญญาประกันภัยคะ

เพราะว่าเราเป็นบุคคลที่ไม่เคยคิดจะทำประกันไม่ว่าจะเป็นที่ไหน อย่างไหนมาก่อนเลย วันหนึ่งเราป่วยก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร แค่มีไข้ ปวดศีรษะ ท้องร่วง ไปหาหมอตามปกติที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯนี้แหละคะ นอนรอผลการตรวจที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล คุณหมอที่เข้ากะก็มาตรวจอาการขั้นต้น แจ้งว่าเราเป็นลำไส้อักเสบจะรับยาแล้วกลับบ้านหรือว่าจะนอนโรงพยาบาล ด้วยอาการของเราคราวนั้นต้องบอกก่อนเลยว่าปวดท้องสุดๆ หากใครที่เคยเป็นลำไส้อักเสบจะรู้ทันทีเลยว่ามันเจ็บปวดมากแค่ไหน  เราเลยตัดสินใจขอคุณหมอนอนโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนขอย้ำว่าโรงพยาบาลเอกชน เราไม่ได้เป็นคนรวยหรือมีฐานะอะไร เป็นแค่คนที่มีระดับรายได้พอประมาณ แต่คอนโดที่เราพักอยู่กับเพื่อนนั้นอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลแห่งนี้มากที่สุดแล้ว เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งแค่สองแยกไฟแดงเอง ด้วยที่เพื่อนเห็นเราอ้วกทั้งวันและขับถ่ายไม่หยุดเลยตัดสินใจพาไป กลับมาที่เรื่องของการเข้ารับการเยียวยาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้กันดีกว่า พอเราแจ้งว่าเราจะนอนโรงพยาบาลให้แพทย์รักษาพยาบาลอาการลำไส้อักเสบของเราให้หายดี ก็มีนางพยาบาลคนหนึ่งซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เสมียน ถ้าเราจำไม่ผิดนะ พยาบาลก็ได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับราคาห้องเช่า มีให้เลือกตั้งแต่ 2,500 บาท ไปจนถึงหลักหมื่น เรานี้ตกใจเลย คือช่วงนั้นเป็นช่วงกลางเดือนเงินที่มีอยู่ก็นิดหน่อย ห่างไกลพ่อแม่ พอพูดถึงแม่เราก็คิดได้ว่าแม่เคยทำประกันสุขภาพของวิริยะประกันภัยไว้มอบเราๆเลยให้เพื่อนรื้อๆดูในกระเป๋าสตางค์ แล้วบอกกล่าวกับพยาบาล มันจะมีเขียนว่าเราอาจจะเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีนี่นี้อะไรบ้างได้เท่าไหร่ สรุปแล้วเราก็ได้นอนโรงพยาบาลอยู่  2 วัน กับ 1 คืน ซึ่งไม่ได้เยอะแยะอะไร วันที่เราจะได้ออกจากโรงพยาบาลคุณพยาบาลสรุปค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นมาให้ซึ่งอยู่ที่ 12,000 กว่าบาท แต่ดีที่แม่เราทำประกันกับวิริยะประกันภัยไว้ เราเลยจ่ายเพิ่มเพียงส่วนที่เหลือประมาณ 3,000 นิดๆ ตอนท้าย อยากฝากเพื่อนๆให้ดูแลรักษาสุขภาพกันดีๆนะคะ จะได้ไม่เจ็บไม่ป่วย ถ้ามองหาหรือสนใจอยากทำประกันภัยวิริยะประกันภัยก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจคะ